บทคัดย่อ :
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน โดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพบูรณาการ
สื่อดิจิทัล เพื่อส่งเสริมสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูและเสริมสร้าง
การนำตนเองในการเรียนรู้ของนักเรียน โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์
ผู้วิจัย นางวนิดา ศรีสุพัฒนะกุล
โรงเรียน โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์
ปีการศึกษา 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์
และความต้องการจำเป็นของการนิเทศภายใน 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน A-P-D-PLC-E
Model และคู่มือการใช้รูปแบบ 3) ทดลองใช้และศึกษาผลของรูปแบบที่มีต่อสมรรถนะด้าน
การจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูและการนำตนเองในการเรียนรู้ของนักเรียน และ 4) ประเมินและ
ปรับปรุงรูปแบบ การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูลจากครู 93
คน และนักเรียน 325 คน ระยะที่ 2 พัฒนาและตรวจสอบรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ระยะที่ 3
ทดลองใช้กับครู 15 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ดำเนินการ 2 วงรอบ และ
ติดตามนักเรียนในห้องเรียนเป้าหมาย 6 ห้อง จำนวน 204 คน โดยใช้แบบแผนการทดลองกลุ่มเดียว
วัดก่อนและหลัง และระยะที่ 4 ประเมินและปรับปรุงรูปแบบ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย
แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ แบบวัดการนำตนเอง
ในการเรียนรู้ แบบประเมินรูปแบบและคู่มือ แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตการจัดการเรียนรู้ แบบบันทึกการดำเนินงานและ
การสะท้อนผล และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการนิเทศภายในโดยรวมมีค่าเฉลี่ย 3.24 สภาพที่
พึงประสงค์มีค่าเฉลี่ย 4.53 และดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุงเท่ากับ 0.400 โดยด้านชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพมีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด ส่วนการนำตนเองในการเรียนรู้ของนักเรียน
มีค่าเฉลี่ย 3.29 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์
เนื้อหาและปัจจัยสนับสนุน กระบวนการ A-P-D-PLC-E การวัดและประเมินผล และเงื่อนไข
ความสำเร็จ กระบวนการประกอบด้วย Analysis, Plan, Do, Professional Learning Community
แ ล ะ Evaluation โดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพและบูรณาการสื่อดิจิทัลสนับสนุน
ตลอดวงจร ผลประเมินรูปแบบและคู่มือก่อนทดลองใช้มีค่าเฉลี่ยเท่ากันคือ 4.72 อยู่ในระดับมากที่สุด
3) หลังทดลองใช้ คะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพิ่มจาก 18.13
เป็น 25.07 คะแนน คุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้เพิ่มจาก 47.20 เป็น 62.73 คะแนน และผล
การสังเกตการจัดการเรียนรู้เพิ่มจาก 35.80 เป็น 48.47 คะแนน การนำตนเองในการเรียนรู้ของ
นักเรียนเพิ่มจากค่าเฉลี่ย 3.27 เป็น 4.08 ความครบถ้วนของการดำเนินรูปแบบโดยรวมเท่ากับร้อยละ
97.78 และความพึงพอใจของครูมีค่าเฉลี่ย 4.70 อยู่ในระดับมากที่สุด และ 4) ผลประเมินรูปแบบ
ฉบับสมบูรณ์มีค่าเฉลี่ย 4.73 อยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านความเป็นประโยชน์มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด
รูปแบบที่พัฒนาขึ้น จึงมีความเหมาะสมสำหรับใช้เป็นระบบนิเทศภายในเพื่อพัฒนาสมรรถนะ
การจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู และสนับสนุนการนำตนเองในการเรียนรู้ของนักเรียนในบริบท
ของโรงเรียน
คำสำคัญ: การนิเทศภายใน; ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ; สื่อดิจิทัล; การจัดการเรียนรู้เชิงรุก;
การนำตนเองในการเรียนรู้
|